ไม่มีเงินสักบาทจดบริษัทได้หรือไม่

มือกำลังนับเงิน

คำถามที่สำคัญที่คนมักสงสัยกันคือ หากจะเริ่มก่อตั้งบริษัทแต่อยากรู้ว่าถ้า ไม่มีเงินสักบาทจดบริษัทได้หรือไม่ คำตอบแบบสั้นๆก็คือ “ได้ค่ะ”

หาก “กำไร” คือหัวใจของการทำบริษัท แล้ว “ทุน” ก็ถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่คอยหล่อเลี้ยงบริษัทก็คงไม่ผิดนัก ซึ่ง “ทุน”  ในที่นี่หมายถึง ทุนจดทะเบียนบริษัท หรือเงินที่ผู้ก่อตั้งบริษัททั้งหมดตกลงกันว่าจะใช้เงินลงทุนเท่าไรในการลงทุนก้อนแรก เพื่อเริ่มดำเนินกิจการ รวมถึงต้องแจ้งข้อมูลไว้ตอนจดทะเบียนบริษัท โดยตัวเลขของทุนจดทะเบียนดังกล่าวก็จะมีปรากฏอยู่บนหนังสือรับรองบริษัทของเราด้วย นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่า บริษัทมีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด ยิ่งทุนจดทะเบียนสูงความน่าเชื่อถือก็สูงตามไปด้วย

ณ วันจดบริษัท ต้องมีเงินทุนเท่าไร

ตอนยื่นขอจดทะเบียนบริษัท กรมพัฒน์ก็ไม่ได้ใจร้ายถึงขนาดที่ว่า เราต้องมีทุนจริงเท่ากับทุนจดทะเบียนที่ตั้งไว้ตั้งแต่วันแรก แต่จะมีกำหนดว่า ณ วันจัดตั้งบริษัทต้องชำระเงินทุนเข้ามาในบริษัท อย่างน้อย 25% ของทุนทั้งหมด สมมุติแจ้งทุนจดทะเบียนไว้ 1,000,000 บาท เราต้องชำระค่าหุ้นขั้นต่ำ 25% เป็นจำนวนเงิน 250,000 บาท

ถ้า ไม่มีเงินสักบาทจดบริษัทได้หรือไม่

เวลาที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสาร ไม่ได้มีการเช็กเงินสด หรือเงินฝากธนาคารที่ชำระทุนเข้าบริษัทจริง แต่จะขอดูเอกสารใบรับชำระค่าหุ้น ณ ตอนส่งเอกสาร เพราะฉะนั้นถึงแม้เราจะไม่มีเงินสักบาทเราก็สามารถขอจดทะเบียนบริษัทได้ค่ะ (ทั้งนี้ยังต้องมีค่าธรรมเนียมในการจดบริษัทนะ อยู่ที่ประมาณ 6 พันบาท)  

แต่ในกรณีที่ทุนจดทะเบียนเกิน 5,000,000 บาท หรือมีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้นในบริษัทด้วย จะต้องมีเงินทุนจริงๆ ตั้งแต่ ณ วันจดบริษัท เนื่องจากถ้าเข้าตามเกณฑ์ข้างต้น จะมีการตรวจสอบเงินทุนที่ชำระ โดยผู้ขอจดทะเบียนจะต้องยื่นหลักฐานว่ามีเงินจริงตามที่จดทะเบียน เพื่อป้องกันการแอบอ้างจดทะเบียนบริษัทด้วยทุนหลายร้อยล้านบาทให้ดูมีความน่าเชื่อถือ แล้วไปหลอกลวงประชาชน จึงจำเป็นต้องมีการตรวจสอบ

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะไม่มีการตรวจสอบทุนจริง ณ ตอนขอจดทะเบียน แต่ก็ควรมีทุนจริงตามที่แจ้งขอไป เพราะนอกจากต้องใช้เงินทุนในการดำเนินกิจการของบริษัทแล้ว ก็อาจมีการตรวจสอบทุนดังกล่าวจากผู้ตรวจสอบบัญชีภายหลังจากปิดงบสิ้นปีด้วยเช่นกันค่ะ

ควรจดบริษัทด้วยทุนเท่าไร

สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ เรื่องตัวเลขเงินทุนที่จะขอจดทะเบียน ถึงแม้จะไม่ต้องมีเงินทุนจริงเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบก็ตาม แต่การแจ้งเงินทุนจดทะเบียนที่สูงมากเกินไป แล้วไม่มีเงินทุนอยู่จริง ก็จะส่งผลให้ต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยทุนจดทะเบียนบริษัทที่เหมาะสม ควรจะตั้งทุนจดทะเบียนเท่าไรดีนั้น โดยหลักๆ จะแบ่งออกเป็น  

  • บริษัทจำกัด
    หุ้นจะต้องมีราคาไม่น้อยกว่าหุ้นละ 5 บาท ต่อ 1 หุ้น และหุ้นจดทะเบียนอย่างน้อยต้องมี 3 คน ดังนั้น ทุนจดทะเบียนขั้นต่ำสุดของบริษัทก็คือ 15 บาท สามารถจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทได้ แต่เพื่อความน่าเชื่อถือ ควรมีเงินทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 100,000-1,000,000 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจ
  • ห้างหุ้นส่วน
    เนื่องจากกฎหมายไม่ได้กำหนดทุนขั้นต่ำสำหรับห้างหุ้นส่วน ทำให้ผู้ขอจดทะเบียนแบบห้างหุ้นส่วน สามารถตั้งทุนจดทะเบียนเท่าไรก็ได้ ซึ่งอาจลงทุนด้วยเงิน ทรัพย์สินและแรงงานเป็นทุนจดทะเบียน แต่การลงทุนด้วยแรงงานจะต้องเป็นการลงทุนแบบไม่จำกัดความรับผิดชอบ หมายความว่าหากมีหนี้เกิดขึ้นระหว่างการประกอบธุรกิจ หุ้นส่วนที่ลงทุนแบบไม่จำกัดความรับผิดต้องรับผิดชอบในหนี้ทั้งหมดของห้าง แต่ถ้าลงทุนแบบจำกัดความรับผิดชอบ ต้องลงทุนด้วยเงินและทรัพย์สินเท่านั้น โดยรับผิดชอบหนี้ที่เกิดขึ้นไม่เกินจำนวนเงินที่ตนเองได้ลงทุนไป

ไม่มีเงินทุนจริง ส่งผลกระทบยังไงบ้าง

โดยปกติแล้วหากเงินทุนจดทะเบียนไม่มีอยู่จริง เวลาลงบันทึกบัญชี นักบัญชีจะลงบันทึกรายการว่า “เจ้าของนำเงินสดมาลงทุนในบริษัทครบตามที่จดทะเบียน” (อย่างน้อย 25% ของทุนจดทะเบียน)

แต่หากในทางปฏิบัติเราไม่มีเงินทุนเข้าบริษัทมาเลย หรือมีชำระเข้ามาไม่ถึง 25% ตามที่กฎหมายกำหนด ข้อมูลในทางบัญชีจะถูกรายงานว่า “บริษัทให้กรรมการกู้ยืมเงินออกไป” เนื่องจาก ณ วันจดบริษัทเราบันทึกเงินทุนที่ 25%

ดังนั้น การให้กรรมการกู้ยืมเงินของบริษัทลักษณะนี้ (แม้ไม่มีการยืมเงินกันจริงๆ แต่เราไม่มีเงินทุนตั้งแต่แรก) ต้องมีการคิดดอกเบี้ย และดอกเบี้ยนี้เองถือเป็นรายได้ที่จะถูกนำไปรวมเป็นรายได้ของบริษัท และต้องนำไปเสียภาษีเมื่อถึงสิ้นปีการจ่ายภาษีของบริษัท ทำให้ต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น

สุดท้ายนี้ขอเน้นย้ำว่า เหล่าผู้ประกอบการที่มีความสามารถ มีไอเดีย แต่อาจจะยังไม่มีเงินทุนนั้น สามารถประกอบกิจการให้รูปแบบบริษัทได้ถึงแม้ไม่มีเงินทุนอยู่จริง ณ วันจัดตั้งบริษัท แต่อย่างไรก็ตามในระยะยาวเราแนะนำว่าควรชำระเงินทุนเข้าบริษัทให้สอดคล้องตามเงินทุนขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด เพื่อหลีกเลี่ยงภาระดอกเบี้ยที่ไม่จำเป็นนั่นเองค่ะ